เมื่อราคาเหล็กและแร่แบตเตอรี่ป่วนตลาด! ส่องวิธีแก้เกมของผู้ผลิตรถยนต์ในอเมริกาเหนือ
เมื่อมองไปที่อุตสาหกรรมยานยนต์ในระดับสากล บริษัทยานยนต์ยักษ์ใหญ่ ต้องรับมือกับวิกฤตที่ซับซ้อน ที่เกิดจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลัก กระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์อนาคต กลายเป็นเรื่องที่ทำได้ยากขึ้น ถ้าลองนึกภาพการทำโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ราคาเหล็กที่เปลี่ยนไปทุกสัปดาห์ กลายเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่รอดทางธุรกิจ
บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายหลัก ในตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ตะวันตก เผชิญกับแรงเสียดทานรอบด้าน จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การหันมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ลิเธียม สร้างภาระในการจัดซื้อโคบอลต์และแมงกานีส ซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้ล้วนมีความผันผวนด้านราคาสูง
ค่ายรถยนต์ส่วนใหญ่พยายามลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานโลก เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว แต่ความเป็นจริงกลับพิสูจน์ว่านี่คือการแลกปัญหาหนึ่งกับอีกปัญหาหนึ่ง อุปทานที่ตึงตัวในภูมิภาคส่งผลให้ราคาสูงกว่าตลาดโลก
การยึดติดกับซัพพลายเออร์ท้องถิ่น ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายภายใน ดังที่ผู้เชี่ยวชาญระบุไว้ "ความเสี่ยงไม่ได้หายไปเพียงแค่เปลี่ยนรูปร่างเท่านั้น"
ตลาดเหล็กในสหรัฐอเมริกาปัจจุบัน มีความผันผวนสูงเนื่องจากมาตรการปกป้องทางการค้า ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ในอเมริกาต้องแบกรับต้นทุนที่แพงกว่าคู่แข่งข้ามชาติ
ซัพพลายเออร์เหล็กรายหลัก มีแผนจะขยายการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่มากขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของแบรนด์ดังอย่าง Ford และ GM เช่นการย้ายฐานการผลิต Buick Envision สร้างภาระให้แก่อุปทานที่มีอยู่อย่างจำกัด
ความสำเร็จของผู้ผลิตรถยนต์ในอนาคต ไม่ได้ขึ้นอยู่กับยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความแม่นยำในการคุมต้นทุนวัตถุดิบ ผู้นำที่กล้าปรับเปลี่ยนโครงสร้างการจัดซื้อ จะสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
ในบทสรุป การเตรียมความพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ คือก้าวแรกของการสร้างอุตสาหกรรมที่แข็งแรง